‘นครคนนอก’ พลัง เพียงพิรุฬห์ คว้าซีไรต์ ปี 2559
2017-01-19 21:30:32

 

 

 

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) เป็นประธานการแถลงข่าวประกาศผลรางวัลซีไรต์ประเภทกวีนิพนธ์ ประจำปี 2559  พร้อมด้วยคณะกรรมการตัดสินทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, นางสาวตรีศิลป์ บุญขจร, นายธเนศ เวศร์ภาดา, นายบูรพา อารัมภีร, นายสมเกียรติ คู่ทวีกุล, นางสุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ และนายดุล จันทรศักดิ์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้กวีนิพนธ์ เรื่อง นครคนนอก ของ พลัง เพียงพิรุฬห์ ได้รับรางวัลซีไรต์ของประเทศไทย ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นการประกวดปีที่ 38 จากผู้เข้ารอบสุดท้าย 6 เรื่อง ได้แก่ ไกลกว่ารั้วบ้านของเรา ของโรสนี นูรฟารีดา, ‘ทางตรง ของศิวกานต์ ปทุมสูติ, ‘บางคนอาจเดินสวนทางเราไป ของบัญชา อ่อนดี, ‘พลัดหลงไปในห้วงเวลาของนักมายากล ของวิสุทธิ์ ขาวเนียม, ‘เพลงแม่น้ำ ของโขงรัก คำไพโรจน์ และ นครคนนอก ของพลัง เพียงพิรุฬห์ โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 88 เรื่อง

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณกรรม ประธานคณะกรรมการตัดสินฯ กล่าวว่า มติของคณะกรรมการฯ เห็นว่าผลงานรวมบทกวีเรื่องนครคนนอกของพลัง เพียงพิรุฬห์ มีความโดดเด่นด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความเป็นสากล วิธีการนำเสนอจากมุมมองที่แปลกใหม่ การใช้ภาษาที่สั้น กระชับ มีพลัง คมชัดทั้งเสียง และความหมาย ให้ภาพของผู้คนที่สังคมมองข้าม เนื้อหาครอบคลุมสังคมร่วมสมัยทั้งชีวิตในเมือง ชีวิตชนบท และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ใช้รูปแบบฉันทลักษณ์ตามขนบ และไร้ฉันทลักษณ์ผสมผสานกัน ใช้วรรณรูป ภาพวาด และสัญญะทางอารมณ์ สื่อเสริม เน้นความหมายให้ขบคิดและตีความ จินตภาพ และน้ำเสียงบ่งบอกว่าชีวิตเป็นทุกข์ มีปัญหาและต้องดิ้นรน แต่ในท้ายที่สุดได้ให้ความหวังและกำลังใจ กวีนิพนธ์เรื่องนี้ จึงเป็นหน้าใหม่ของกวีนิพนธ์ไทยร่วมสมัย สมควรแก่รางวัลซีไรต์ประจำปี 2559

สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ หนึ่งในคณะกรรมการฯ ระบุว่า บทกวีนครคนนอก นับว่าเป็นบทกวีที่ร่วมสมัย กล่าวถึงสังคม คนเล็ก คนน้อย ซึ่งเป็นคนธรรมดา คนชนชั้นระดับล่างในเมืองใหญ่ เช่น การกล่าวถึงคนขายไข่ปิ้ง คนงานก่อสร้างตึกห้างสรรพสินค้า สร้างห้างหรูหรา หรือสร้างตึกที่พวกเขาไม่ได้อยู่ และเบื้องหลังชีวิตคนกลุ่มนี้ที่มีทะเลาะเบาะแว้ง ยากจนทุกข์ยาก แต่พอห้างเปิด เราก็จะเห็นแต่ความหรูหรา ไม่ได้บอกเล่าชีวิตเบื้องหลังของคนที่ก่อสร้าง

"แง่ฉันทลักษณ์ถือว่าแปลกใหม่ เพราะมีทั้งที่มีรูปแบบและไม่มีรูปแบบผสมกัน เป็นความสามารถของผู้เขียน รวมทั้งมีการใช้ภาษาในเฟซบุ๊ก ภาษาในไลน์ ภาษาแร๊ป มีคำโย่ว เหล่านี้ ทำให้เนื้อหามีความเป็นสากล เป็นมิติที่ไม่คุ้นเคยในบทกวีไทย แต่ก็ยังไม่ทิ้งขนบความเป็นบทวีดั้งเดิมเอาไว้" สุรภีพรรณกล่าว

สุรภีพรรณกล่าวต่อว่า ที่สำคัญยังมีการตั้งคำถามกับเทคโนโลยีที่ไหลบ่าให้คนอ่านได้ขบคิด เป็นความลึกซึ้ง ทำให้คนรุ่นใหม่ที่เป็นนิสิต - นักศึกษา ซึ่งพอได้อ่านแล้วไม่ได้แต่อรรถรสของบทกวีเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดสติปัญญา อ่านแล้วคิดวิเคราะห์ คิดหาความหมายในชีวิต ในสังคมโลกสมัยใหม่ที่เรากำลังเผชิญอยู่ ผู้เขียนยังใช้สัญลักษณ์ ภาพวาด มาช่วยสื่อความหมายบทกวี ทำให้งานชิ้นนี้เป็น Visual Poetry เหมือนเป็นหน้าใหม่กวีนิพนธ์ไทยที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน

ตรีศิลป์ บุญขจร กรรมการอีกรายกล่าวว่า เรื่องนครคนนอก ถือว่าเป็นผลงานคุณภาพในรอบหลายปีที่ผ่านมา สำหรับภาพรวมผลงาน 88 เรื่องที่ส่งเข้ามาแม้มีความหลากหลาย แต่บางเล่มยึดขนบการเขียนแบบดั้งเดิม บางเรื่องมีฉันทลักษณ์และไม่มีฉันทลักษณ์ปนเปกัน เนื้อหาก็มีหลายกระแส พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่ 6 เล่มที่เข้ารอบสุดท้าย ถือว่าเป็นตัวแทนจากทั้ง 88 เล่ม เพราะเป็นผลงานที่มีความเคลื่อนไหวในแง่ฉันทลักษณ์ มีลมหายใจ มีชีวิต และทำให้เห็นพลังบางอย่างของบทกวีนิพนธ์ที่หลายคนบอกว่าซบเซา กลับมีความตื่นตัวขึ้นในรูปโฉมใหม่ และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น

ด้านธเนศ เวศร์ภาดา กรรมการ กล่าวเพิ่มเติมว่า บทกวีเรื่องนี้เป็นบันทึกสังคมที่น่าสนใจในการก้าวสู่สังคมดิจิทัล และเป็นบทกวีนิพนธ์ที่ปรับตัวสู่โลกยุคใหม่ที่มีความหลากหลายในสังคม

สำหรับพลัง เพียงพิรุฬห์ เป็นนามปากกาของ เกริกศิษฎ์ พละมาตร์ ผลงานที่ผ่านมาเคยเข้ารอบสุดท้ายซีไรต์หลายครั้ง แต่ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัลชนะเลิศรางวัลซีไรต์

ในงานพบปะนักเขียนซีไรต์คนใหม่ที่ห้องเจ้าพระยา โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ  พลัง เพียงพิรุฬห์ บอกว่า ตนเป็นคนอีสานอพยพมาอยู่กรุงเทพฯ พ่อเป็นคนขับรถเมล์ แม่เป็นช่างเย็บผ้า บ้านอยู่แถวอู่รถเมล์สาย 29 วัยเด็กเรียนหนังสือไม่เก่ง กระทั่ง ป.5 ตัวเองได้ไปอยู่หมู่บ้านเล็ก ๆ  ทางภาคอีสาน เป็นการเปลี่ยนชีวิต ได้เจอสภาพแวดล้อมใหม่ ใช้ชีวิตลูกทุ่ง ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ มาเรียนช่างกล ก็เกเรบ้าง จบแล้วไปอยู่ปักษ์ใต้ยี่สิบกว่าปี ทำงานบริษัทประกันวินาศภัย ทำผ้าบาติกผลิตขาย ก็ค้นหาตัวเอง มีวันหนึ่งเข้าร้านหนังสือได้กวีนิพนธ์มาหนึ่งเล่มชื่อ "นาฏกรรมบนลานกว้าง" ของคมทวน คันธนู เป็นจุดเริ่มต้นให้อ่านหนังสือ จากนั้นได้อ่านเรื่องสั้นชุด "เหมืองแร่" ของอาจินต์ ปัญจพรรค์ ทั้งสองเล่มคือแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือ ก็ทดลองเขียนวรรณกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องสั้นและบทกวี งานรวมบทกวีโลกใบเล็กเคยเข้ารอบ 7 เล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์ปี 2556 ก็ได้มา ทบทวนว่ามีสิ่งใดตกหล่น จนมาถึง "นครคนนอก" อยากจะเขียนเรื่องคน สังคมรอบตัวที่กว้างยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ พลัง บอกว่า เขาใช้เทคนิคแร๊ปเปอร์มาสร้างสรรค์บทกวีอย่างสร้างสรรค์ เพราะได้คลุกคลีและฟังเพลงแร๊ปในช่วงเวลาหนึ่ง ศิลปะแขนงนี้แข็งแรงและนำมาสื่อได้  ในเล่มจึงมีงานที่ใช้ฉันทลักษณ์ผสมผสานกับไร้ฉันทลักษณ์ ก็เป็นการทดลองเทคนิค เช่นเดียวกับภาษาที่ใช้ในออนไลน์อย่างติดแฮชแท็ก (#) เรียงเป็นภาพสื่อถึงโลกสมัยใหม่ ซึ่งงานของตนอ่านได้ทุกวัย ถ้าอ่านหนังสือไม่ออกก็สามารถดูรูปได้ เพราะนอกจากเขียนแล้วก็วาดภาพประกอบด้วย จัดพิมพ์หนังสือขายเอง ส่วนแรงบันดาลใจในการนำตัวหนังสือมาประกอบเป็นรูปนั้น ได้มาจากอาจารย์จ่าง แซ่ตั้ง

 

 

 

< May 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
 123456
78910111213
14151617181920
212223
24
252627
28293031