หนังสือเล่มละบาท คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม!!!
2017-02-09 21:36:40

 

 

 

แม้จั่วหัวด้วยราคาแบบดึงดูดใจผู้บริโภค แต่นัยยะของ 'หนังสือเล่มละบาท' ไม่ได้มีความหมายเรื่องค้าขายเอากำไร แต่กลับเป็นโครงการเพื่อสังคมภายใต้โครงการอ่านสร้างชาติ มูลนิธิกระจกเงา

มหกรรมหนังสือเล่มละบาท ยกขบวนขนหนังสือนับหมื่นนับพันเล่มไปจัดยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีกำลังสำคัญอย่าง นายจรัญ มาลัยกุล หัวหน้าโครงการอ่านสร้างชาติ มูลนิธิกระจกเงา ช่วยกระจายหนังสือที่ได้รับจากการบริจาคให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง

นายจรัญเล่าว่า หนังสือเล่มละบาทเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่ดำเนินการมาตั้งแต่ 2551 ตระเวนจัดทั่วประเทศพร้อมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่ผลัดเปลี่ยนเข้ามาสร้างสีสัน โดยหนังสือที่นำมาจัดในมหกรรมเป็นหนังสือที่ได้รับบริจาคเข้ามาที่มูลนิธิกระจกเงาทั้งหมด  โดยเฉลี่ยแต่ละวันจะมีหนังสือบริจาคเข้ามาประมาณ 200 เล่ม จากนั้นทางมูลนิธิจะทำการคัดแยกจัดหมวดหมู่เพื่อกระจายสู่กลุ่มผู้อ่านต่อไป ซึ่ง ณ ตอนนี้มีหนังสืออยู่ประมาณ 20,000 เล่ม

หนังสือจำนวนดังกล่าวไม่เพียงนำไปร่วมในมหกรรมหนังสือเล่มละบาท แต่ยังส่งมอบแก่โรงเรียนหรือชุมชนต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม มหกรรมหนังสือเล่มละบาทได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีกิจกรรมเกิดขึ้นหลายครั้งต่อปี โดยพิจารณาสถานที่ตามความเหมาะสมและคำนึงถึงประชาชนในพื้นที่นั้นๆ เป็นหลัก

นายจรัญกล่าวว่า เมื่อคิดกิจกรรมเสร็จก็ทดลองมาจัดโครงการหนังสือเล่มละบาท ทดลองดูว่ากิจกรรมจะเป็นอย่างไร มันมีประเด็นท้าทายอยู่ว่าคนไม่ค่อยอยากจะจับหนังสือ อยากจับอย่างอื่นกันมากกว่า ก็เป็นการทดลองว่าจริงหรือไม่ คนกรุงเทพฯ อาจจะอีกแบบต่างจากคนต่างจังหวัด แต่ว่าคนต่างจังหวัดพิสูจน์แล้วว่าไม่จริงเสียทั้งหมด ในต่างจังหวัดกิจกรรมเล่มละบาทของเราปรากฏว่าคนให้ความสนใจเยอะมาก”

มูลนิธิตั้งเงื่อนไขว่า สามารถคัดเล่มที่ตัวเองสนใจมากที่สุด คนละไม่เกิน 3 เล่ม แล้วแต่สถานที่ หากใครอยากได้หนังสือเข้าบ้านเยอะๆ ก็ต้องไปชวนคุณพ่อคุณแม่ชวนพี่น้องมาเลือกหนังสือด้วยตัวเอง และเงื่อนไขนี้จะสนุกตรงที่เมื่อเด็กๆ มีเงิน 1 บาท แต่เขาได้หนังสือนิทานกลับบ้าน และเป็นเจ้าของ แตกต่างจากการไปยืมในห้องสมุดที่อ่านได้แต่เอากลับบ้านไม่ได้ เป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับหนังสือบริจาคมากกว่าการให้ฟรี ซึ่งเงินที่ได้ก็มาก็จะนำไปสนับสนุนการทำงานของโครงการต่อไป เช่น บางพื้นที่จัดไป 10,000 เล่ม บวกลบค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันก็หมดแล้ว แต่ข้อดีคือมูลนิธิฯ ได้กระจายหนังสือไปสู่ผู้อ่าน

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไข สามารถอะลุ่มอล่วยได้ตามความเหมาะสม ในส่วนของเงินนั้นเป็นปัจจัยรองลงมาไม่กะเกณฑ์ว่าต้องจ่าย 1 บาทเท่านั้นถึงจะได้หนังสือกลับไป 1 เล่ม เพราะแนวคิดต้องการส่งมอบหนังสือดีอย่างทั่วถึง เพียงแต่ทำอย่างไรจะเพิ่มมูลค่าให้คนเห็นค่ามากกว่าการให้ฟรี บางครั้งมีผู้ร่วมบริจาคมากกว่ามูลค่าจำนวนหนังสือเสียอีก ซึ่งแต่ละครั้งหนังสือที่นำไปในมหกรรมหมดเกือบทุกครั้ง หากครั้งไหนที่เหลือทางโรงเรียนหรือสถานที่ใกล้เคียงก็จะขอสนับสนุนเอาไว้ ในฐานะผู้ขับเคลื่อนโครงการถือว่าเป็นงานที่สนุกมาก

นายจรัญกล่าวอีกว่า เราจัดมายี่สิบกว่าครั้งแล้ว ไอเดียที่ว่าหนังสือที่รับบริจาคมาแล้วทำอย่างไรก็ได้ที่จะส่งต่อถึงให้มันง่ายและสนุก เรามีแนวความคิดอยู่แล้วว่าต้องคัดเฉพาะหนังสือดีที่มีประโยชน์เท่านั้น ส่วนกิจกรรมค่อยมาว่ากันทีหลัง ก่อนหน้าที่จะทำเล่มละบาทเราก็ส่งตามโรงเรียนที่แจ้งขอมา ชุมชน องค์กร โครงการจัดส่งตามความต้องการ พอมาทำโครงการปีหนึ่งๆ ก็ส่งหนังสือบริจาคไปได้แสนกว่าเล่ม”

อย่างไรก็ตาม โครงการหนังสือเล่มละบาทจะทำการศึกษาและปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละชุมชนต่อไป เช่น วิเคราะห์พื้นที่ว่าหนังสือที่มีความต้องการอ่านจริงๆ คืออะไร บางสถานที่อาจจะเป็นบ้านและสวน เรื่องสุขภาพ แม่และเด็ก  หนังสือการ์ตูน ก็ต้องมีการเช็กกับพื้นที่ว่าต้องการหนังสือประเภทไหน แล้วเอาไปให้เขาในพื้นที่นั้นๆ

ระหว่างนี้กำลังถอดบทเรียนระหว่างทางไปเรื่อยๆ ค้นหาวิธีการที่จะสามารถทำให้บรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ แต่เป้าหมายไม่ได้หมายความว่ามูลนิธิกระจกเงาจะทำองค์กรเดียว ผมคิดว่าหัวเมืองใหญ่ควรจะมีการจัดการกระจายหนังสือบริจาค เพื่อนำมาเข้าร่วมกระบวนการอ่านของพื้นที่ตัวเอง รวมถึงกระจายสู่ชุมชนให้คนไทยได้อ่านหนังสือโดยทั่วกัน” นายจรัญกล่าวเพิ่มเติม

 

               

ภาพ : www.facebook.com/read4thai

 

 

< Aug 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
  12345
6789101112
13141516
17
1819
20212223242526
2728293031