มองนวนิยายจีนร่วมสมัย เปิดตลาดใหม่ผ่านนักเขียนไทย
2017-04-17 23:09:40

 

 

มีความเคลื่อนไหวในตลาดหนังสือนวนิยายร่วมสมัยในเมืองไทยที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับการเปิดตลาดคนอ่านใหม่ๆ นั้นคือตลาดหนังสือนวนิยายสำหรับคนหนุ่มสาวที่เป็นนวนิยายจีนร่วมสมัย แต่เขียนโดยนักเขียนไทยรุ่นใหม่

 

หากพูดถึงนวนิยายจีนในเมืองไทย ร้อยทั้งร้อยของนักอ่านก็ต้องนึก ตลาดใหญ่ที่สุดก็น่าจะเป็นตลาดหนังสือนวนิยายกำลังภายในที่อิงฉากหลังเป็นยุคโบราณในประวัติศาสตร์ ซึ่งมีการแปลออกมาโดยนักแปลนวนิยายภาษาจีนชื่อดังและมีกลุ่มคนอ่านเหนียวแน่นจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน

             

             ส่วนนวนิยายไทยร่วมสมัยที่เป็นเรื่องประโลมโลกย์และถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีกลุ่มคนอ่านกลุ่มใหญ่กระแสหลักติดตามกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

             

             ปัจจุบันตลาดหนังสือนวนิยายก็เริ่มแบ่งแยกย่อยมากขึ้นตามการเติบโตของนักอ่านรุ่นใหม่ โดยเฉพาะนวนิยายวัยรุ่นที่มีฉากหลังเป็นแบบเกาหลีและญี่ปุ่นก็ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

               

             ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวในตลาดหนังสือนวนิยายร่วมสมัยในเมืองไทยที่น่าสนใจทีเดียว สำหรับการเปิดตลาดคนอ่านใหม่ๆ นั้นคือตลาดหนังสือนวนิยายสำหรับคนหนุ่มสาวที่เป็นนวนิยายจีนร่วมสมัย แต่เขียนโดยนักเขียนไทยรุ่นใหม่

 

สำนักพิมพ์ปริ๊นเซส ได้จัดกิจกรรมเสวนา หลงรักแดนมังกรณ ร้านหนังสือคิโนะคูนิยะ สาขาสยามพารากอน โดยมีเจติยา โลกิตสถาพร ผู้ช่วยกรรมการบริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด, ชลันตี เจ้าของผลงานเรื่อง สองชาติภพหกคู่ครอง และ กัญฉัตร เจ้าของผลงาน ยุทธการครองรัก มาร่วมพูดคุยกันในงาน

 

เจติยากล่าวว่า สำนักพิมพ์ปริ๊นเซส ผลิตนวนิยายจีนที่เขียนโดยคนไทย เมื่อพูดถึงนวนิยายจีนในตลาดเราก็จะนึกถึงกำลังภายใน แต่ปริ๊นเซสจะเน้นในเรื่องความรักมากกว่า ส่วนโปรเจคต์ต่อไปจะเริ่มขยายตลาดโดยหานวนิยายจีนที่เขียนโดยคนจีนเขียนจริงๆ แต่ยังเน้นเรื่องของความรัก เช่น เรื่องทรราชย์ตื๊อรัก ที่ค่อนข้างดังในอินเทอร์เน็ต

 

ด้านชลันตีเล่าว่า แรงบันดาลใจในการเริ่มต้นเขียนนิยายคือการได้นั่งรถไฟจากมองโกลกลับมาประเทศจีน และได้เห็นคู่บ่าวสาวกำลังถ่ายรูปพรีเวดดิง โดยเจ้าสาวใส่ชุดมองโกลส่วนชุดเจ้าบ่าวใส่ชุดชาวฮั่นจีนจึงทำให้เกิดพล็อตนวนิยายเรื่องสองชาติภพหกคู่ครองขึ้นมา

 

และด้วยความโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับชาวมองโกลจึงได้รับฟังเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมาบ้าง เช่น เรื่องพิธีแต่งงานของชาวมองโกล คือให้เจ้าสาวเดินวนรอบกองไฟ 3 ครั้งเพื่อเป็นการเคารพเทพเจ้าโดยเชื่อว่าจะทำให้กองไฟเผาผลาญสิ่งชั่วร้ายที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และเรื่องนี้ยังสอดแทรกความแตกต่างของสองวัฒนธรรมไว้ด้วย

 

นักเขียนสาวอีกคน กัญฉัตร กล่าวว่าปัจจุบันคนไทยดูซีรีส์จีนมากขึ้น ซึ่งตัวเองคิดว่าเมื่อคนไทยเริ่มให้การยอมรับ แล้วทำไมคนไทยจะแต่งนวนิยายจีนเองไม่ได้ โดยกัญฉัตรมีความสนใจเรื่องตำราพิชัยสงครามจึงได้นำเอาไปใส่ในเนื่องยุทธการครองรักด้วย ส่วนความเชื่อที่ว่าหญิงสาวชาวจีนที่แต่งเข้าบ้านไปแล้วต้องอยู่แต่ในบ้าน แต่ว่าเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายหลายๆ คนก็มาจากผู้หญิง หนังสือของเธอจึงเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงต่อสู้แล้วก็ทำให้ตัวเองเก่งขึ้นและสามารถยืนเคียงข้างกับคนที่รักได้

 

นวนิยายจีนนั้นสามารถนำเอานำเอาเรื่องราวต่างๆ มาแต่งได้มากมายไม่รู้จบเพราะความที่ชาวจีนชอบบันทึก มีเรื่องเล่าเยอะ ทำให้มีบทกลอนมากมาย วรรณกรรมค่อนข้างแตกต่างตามยุคสมัย แต่ละอย่างทำให้เห็นถึงความเชื่อ สังคม ประเพณี วัฒนธรรมค่อนข้างชัดเจนผ่านวรรณกรรม

 

จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่านวนิยายจีนร่วมสมัยฝีมือนักเขียนไทยจะสามารถเปิดตลาดคนอ่านรุ่นหนุ่มสาวได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงการเตรียมนำผลงานของนักเขียนชาวจีนที่โด่งดังมาเปิดตลาดในเมืองไทยด้วย

 

< Jun 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
    123
45678910
11121314151617
18192021
22
2324
252627282930