เช็กอุณหภูมิคนในวงการหนังสือ หลังซีเอ็ดฯ ขอเก็บค่าขนส่งหนังสือ 1.4%
2017-02-06 21:58:09

 

 

 

ข่าวใหญ่ในวงการหนังสือคงหนีไม่พ้นเรื่องของซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ที่ได้ทำจดหมายส่งให้คู่ค้าซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ต่างๆ ชี้แจงเรื่องการปรับส่วนลดการค้า และรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขายแจงไปยังคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง โดยรายละเอียดของจดหมายนั้น ระบุว่า

 

'เนื่องด้วยปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการดำเนินการร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้านั้น ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเช่าสถานที่ ค่าขนส่ง ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายด้านบุคคลากร ส่งผลให้ต้องมีการทบทวน และปรับปรุงในเรื่องของส่วนลดการค้า และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการขายต่างๆ ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการขายมากยิ่งขึ้น 

ด้วยเหตุนี้ร้านหนังสือซีเอ็ดมีความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยนในรายละเอียดเงื่อนไขการรับจำหน่าย ดังประเด็นต่อไปนี้

1. เงื่อนไขการเรียกเก็บค่าขนส่งสินค้า 1.4%  ของมูลค่าใบส่งสินค้าตามราคาปก ในทุกใบส่งของ ในทุกเงื่อนไขการค้า (สินค้าฝากขาย, ตัดล็อตพิเศษ, ร่วมรายการส่งเสริมการขาย เป็นต้น)

1.1 ผู้รับฝากขายออกใบแจ้งหนี้ค่าขนส่งไปยังผู้ฝากขายทุกสิ้นเดือน

1.2 ผู้ฝากขายจ่ายชำระค่าขนส่ง มูลค่าตามใบแจ้งหนี้ นำจ่ายให้ผู้รับฝากขายภายใน 30 วัน ที่แผนกตรวจสอบรับวางบิล ศูนย์กระจายสินค้าซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ถนนบางนา-ตราด กม.21

1.3 ผู้ฝากขายออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% (ถ้ามี) ของค่าขนส่งที่จ่ายให้กับผู้รับฝากขาย

1.4 ผู้รับฝากขาย ออกใบเสร็จรับเงินค่าขนส่งให้กับผู้ฝากขาย

2. บันทึกข้อตกลงนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป...'

 

นั่นคือตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ซีเอ็ดฯ ขอเก็บค่าขนส่งหนังสือ 1.4% จากราคาปกหนังสือที่สายส่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่สายส่งของซีเอ็ดฯ นำมาฝากขายหน้าร้าน โดยเก็บตามจำนวนเล่มที่ฝากขาย ไม่ใช่จำนวนเล่มที่ขายได้ และจะต้องจ่ายภายใน 1 เดือนหลังการฝากขาย ซึ่งถือเป็นการเก็บเพิ่มเติมจากค่าฝากขายเดิมที่เก็บตามราคาปกของจำนวนเล่มที่ขายได้ 

 

ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ นางศรีนวล ก้อนศิลา ผู้ช่วยผู้อำนวยการซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ ด้านการตลาดและสินค้า ให้สัมภาษณ์กับทางมติชนออนไลน์ว่า เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการร้านหนังสือที่สูงขึ้นมาก จึงทำหนังสือถึงสำนักพิมพ์เพื่อขอความสนับสนุนเรื่องค่าขนส่งส่วนหนึ่ง ซึ่งเจตนาคือเพื่อประคับประคองธุรกิจหนังสือให้อยู่รอดต่อไป

                นางศรีนวลกล่าวว่า ในภาวะนี้ ทางซีเอ็ดก็ไม่ไหวแล้ว เราก็เดือดร้อน เราพยายามประหยัดและรัดเข็มขัดกันสุดหนทางแล้ว จนไม่ไหว เลยต้องขอความร่วมมือทางสำนักพิมพ์ให้ช่วยค่าขนส่งส่วนหนึ่ง เพื่อให้แบ่งเบาภาระตรงนี้ไป เพื่อประคับประคองธุรกิจ ซึ่งเราก็ได้พูดคุยกับผู้ค้าแต่ละรายว่าเราจะมาทำผลิตภัณฑ์อะไรกันดี คือทั้งเราและสำนักพิมพ์เองจะต่างคนต่างทำงานไม่ได้แล้ว เราต้องช่วยกัน ทางซีเอ็ดเองก็ยินดีจะแชร์ข้อมูลให้สำนักพิมพ์ เพื่อประเมินการเลือกหนังสือให้ตรง ตอบโจทย์ตลาดมากยิ่งขึ้น และช่วยกันวางแผนให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหนังสือเล่มนั้นๆ มากที่สุด เพื่อให้ยอดขายเติบโต

                 เราไม่ไหวแล้วจริงๆ ไม่ใช่เรื่องที่เราจะหมกเม็ดอะไรเลย เรื่องการทำธุรกิจควรแลกเปลี่ยนกัน ควรจะมาคุยกัน ซึ่งซีเอ็ดก็ยืนยันในวัตถุประสงค์ เพื่อประคองธุรกิจ แล้วยังมุ่งมั่นทำร้านหนังสือเพื่อเป็นคลังปัญญาของคนไทยต่อไป เพราะเรายังไม่ยอมแพ้นางศรีนวลกล่าวเพิ่มเติม

 

ทางด้านนายจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ความคิดเห็นของตัวเองผ่านบัญชีรายชื่อเฟซบุ๊ก Charun Homtientong ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และบอกว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัวมิใช่ในฐานะนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ย้ำว่า ไม่เห็นด้วย ในฐานะคนทำหนังสือเล็กๆ ไม่ยอมรับ และขอปฎิเสธให้สังคมรับทราบ อีกทั้งไม่เรียกร้องให้ใครทำตาม

ผมเข้าใจพวกเรา แต่ขอบอกว่า ถ้าไม่มีสำนักพิมพ์ ร้านหนังสือก็อยู่ไม่ได้เช่นเดียวกัน ซีเอ็ดบอกว่า เป็นความจำเป็นที่ทุกคนต้องเพิ่มราคาหนังสือ ปัจจุบันไม่เพิ่มราคา ยังขายไม่ค่อยได้เลย ผมว่าสังคมต้องรับรู้ว่าใครทำให้หนังสือราคาแพง ผมเคยบอกแล้วว่า ปัญหาวงการหนังสือ ส่วนหนึ่งเกิดมาจากร้านหนังสือเช่นกัน...

                นายจรัญได้ทิ้งท้ายความคิดเห็นในสเตตัสเฟซบุ๊กว่า ‘…ต้องขอโทษถ้าทำให้ท่านไม่สบายใจ แต่เมื่อเพื่อนในวิชาชีพผมเดือดร้อน ผมจำเป็นต้องเขียนให้ท่านทราบครับ แต่ขอเรียนว่า ไม่เกี่ยวกับสมาคมนะครับ สุดท้ายอยากบอกกับเพื่อนสำนักพิมพ์ว่า ไม้ซีก ด้อยแรงงัด รวมเป็นมัดงัดไม้ซุงครับ

 

ทางด้านความเคลื่อนไหวในวงการหนังสือ นายวชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการและเจ้าของสำนักพิมพ์สามัญชน ได้แสดงความคิดเห็นถึงกรณีนี้ผ่านเฟซบุ๊กของ Vieng-Vachira Buason ว่า

ข้อคิดเห็น : กรณีซีเอ็ดจะเรียกเก็บเงินกินเปล่า 1.4% จากคู่ค้าหนังสือหนังหาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไปนั้น พูดกันอย่างรวบรัด ผู้ได้รับประโยชน์ในการนี้เนื้อๆ ก็คือซีเอ็ดเจ้าเดียว ส่วนผู้รับเคราะห์คนซวยไม่ใช่ใครอื่น นอกจากสำนักพิมพ์แล้วก็คือท่านผู้อ่านที่เข้าไปซื้อหนังสือในร้านซีเอ็ดนั่นแหละ

ทางออกเฉพาะหน้าสำหรับสำนักพิมพ์หรือสายส่งต่อกรณีนี้ก็คือ ไม่ควรด่วนเซ็นบันทึกข้อตกลงตามที่ซีเอ็ดส่งจดหมายแจ้งไป (ซีเอ็ดไม่ได้ส่งจดหมายไปยังคู่ค้าทุกราย พูดอีกแบบคือเลือกปฏิบัติครับ) กับหาทางออกทางแก้ด้วยการเข้าชื่อเรียกร้องไปยังสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ให้พิจารณาเรื่องนี้โดยด่วน…’ และลงท้ายด้วยแฮชแท็ก #เรื่องนี้มีรายละเอียดอีกเยอะต้องพูดกันยาว

 

ส่วนเฟซบุ๊กของ Kiriyakon Vut หรือ นายเริงวุฒิ สุริยะมิตร บรรณาธิการและเจ้าของสำนักพิมพ์ดินแดนบุ๊ค เขียนความคิดเห็นว่า

อ่านสเตตัสของคุณจรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ในกรณีที่ท่านออกมาปฏิเสธไม่เซ็นชื่อยอมรับเงื่อนไขใหม่ของร้านหนังสือเชนใหญ่อันดับหนึ่งของไทยที่ขอคิดค่าลอจิสติกส์เพิ่ม แล้วอยากจะลุกมาปรบมือให้

แม้ว่าสเตตัสของท่านจะเกริ่นเอาไว้ว่าเป็นทัศนะส่วนตัว คือไม่ใช่พูดในฐานะนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ก็ตาม หากแต่พูดในฐานะนายจรัญ ผู้ที่เป็นเจ้าของและบรรณาธิการของสำนักพิมพ์แสงดาว ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากกรณีมาตรการทางธุรกิจในครั้งนี้ ก็ยังดูสง่างามยิ่ง ใครต่อใครก็คงรู้สึกและเรียกเหมือนผมว่า การกระทำเช่นนี้คือการแสดงออกในเชิง "อารยะขัดขืน" ประเภทหนึ่ง เพียงแต่มันอาจเป็นอารยะขัดขืนในเชิงธุรกิจ ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง สิ่งที่คุณจรัญแสดงออก ด้วยวลีเด็ดประจำสัปดาห์ว่า "ไม้ซีกงัดไม้ซุง" นั้น ช่างลึกซึ้งและกินใจยิ่ง

ผมเชื่อว่าบรรดาสำนักพิมพ์ใหญ่เล็กอีกหลายแห่งเมื่อได้อ่านข้อเขียนนี้ของคุณจรัญ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม ต่างก็เห็นด้วยกันทุกฝ่าย ทั้งนี้เพราะทุกสำนักพิมพ์ที่ทำการค้าร่วมกับร้านแห่งนั้นต่างต้องประสบชะตากรรมเดียวกัน สิ่งที่เราท่านคิดได้ในภาวะเช่นนี้คือ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างแต่ต้องประสบกับปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น แต่เหตุอันใด ร้านค้าใหญ่ที่ถือเป็นอันดับหนึ่ง มีบทบาทต่อการอยู่การตายของคนทำสำนักพิมพ์มาโยนระเบิดใส่มือคนทำสำนักพิมพ์ โดยที่ไม่มีช่องทางที่จะปฏิเสธใดๆ ในฐานะคนที่ติดตามวงการหนังสือ และในฐานะที่ทำสำนักพิมพ์เล็กๆ กับเขาอยู่บ้าง ผมออกจะสนับสนุนคุณจรัญ ผู้แสดงให้เห็นถึงภาวะความเป็นผู้นำของท่านได้อย่างดีเยี่ยม เช่นนี้

ถนนหนังสือเส้นนี้ ลุ่มๆ ดอนๆ มาตลอดเวลา หากคนในวงการไม่ช่วยเหลือกันแล้ว ใครจะมาช่วยอะไรได้ เท่าที่สอบถามจากเพื่อนพ้องที่เป็นเจ้าของสำนักพิมพ์หลายแห่งต่างออกมาพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีใครจะปล่อยให้คุณจรัญยืนต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวแน่นอน…’ พร้อมทิ้งท้ายด้วยข้อความว่า ความตายใดไม่เจ็บปวดเท่า ความตายที่คนกันเองหยิบยื่นให้

 

 

< May 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
 123456
78910111213
14151617181920
212223
24
252627
28293031