สุชาดา สหัสกุล '80% ของเป้าหมายสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ล้วนลุล่วง'
2017-02-28 21:21:27

 

 

               ในรอบปีที่ผ่านมา สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้สร้างกลไกสร้างสรรค์สังคมแห่งการอ่านหลายด้านด้วยกัน รวมทั้งภารกิจผลักดันในภาควิชาชีพเข้าสู่ตลาดออนไลน์ รวมถึงการผลักดันร่างแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ที่ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีแล้ว อย่างไรก็ตามก่อนที่คณะกรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ชุดนี้จะหมดวาระลงในช่วงกลางปี 2560 ก็ได้ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมแห่งการอ่านและสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ จากความมุ่งมั่นพัฒนาของคนทำงานสิ่งพิมพ์เพื่อพัฒนาวงการสิ่งพิมพ์อย่างแท้จริง หนึ่งในบุคคลสำคัญที่เข้ามาขับเคลื่อนภารกิจด้านส่งเสริมการอ่านอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรมคือ สุชาดา สหัสกุล อุปนายกฝ่ายในประเทศ สมาคมผู้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

 

นางสุชาดากล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนสังคมแห่งการอ่านของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ โดยยึดหลักการในเรื่องของ 2 ผลัก 2 สร้าง อธิบายได้ว่า 2 ผลัก คือ ผลักดันภาครัฐในการส่งเสริมการอ่านอย่างยั่งยืน และผลักดันให้เปลี่ยนค่านิยมในการบริจาคหนังสือ ส่วน 2 สร้าง คือ สร้างรายได้ขยายโอกาสการขายทุกรูปแบบ และสร้างมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพจำนวน 6 อาชีพ คือ 1) นักเขียน  2) นักแปล  3) นักออกแบบภาพประกอบหนังสือและสิ่งพิมพ์ 4) บรรณาธิการ 5) นักออกแบบกราฟิกหนังสือและสิ่งพิมพ์ 6) นักพิสูจน์อักษร โดยเรื่องของโครงการมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพธุรกิจหนังสือและสิ่งพิมพ์นี้ ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว และต้องขอขอบคุณที่ได้รับความร่วมมือจากเพื่อนร่วมอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นสมาคมนักเขียนฯ ชมรมบรรณาธิการ ชมรมนักวาดภาพประกอบ และคณาจารย์ต่างๆ ที่มาเข้าร่วมเป็นผู้จัดการมาตรฐานเครื่องมือการประเมินเพิ่มเติมด้วย พร้อมกับย้ำว่าในฐานะคนทำงาน สิ่งที่อยากทำคือการส่งเสริมการอ่านเป็นหลัก อยากให้คนไทยรักการอ่าน เพราะการอ่านคือพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้

 

นางสุชาดากล่าวอีกว่า “เรื่องของการส่งเสริมการอ่านถือว่าเป็นงานหนึ่งที่สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้เข้าร่วมผลักดันกับงานหนังสือ แผนงานแผนแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ของไทย พ.ศ. 2560-2564 ที่จัดทำกับกระทรวงวัฒนธรรม แล้วผ่าน ครม. เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นปี 2560 เป็นต้นไป น่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องการอ่าน เพราะภาครัฐที่เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วยหลายภาคส่วน ซึ่งแผนแม่บทนี้เกี่ยวข้องกับการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิต จึงเป็นเรื่องดีที่กระทรวงทบวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนตั้งแต่เกิดจนถึงวัยชราเข้ามามีส่วนร่วม อีกทั้งยังมีแผนงานส่งเสริมการอ่านของหลายกระทรวงเสนอเข้ามาด้วย แต่ยังต้องเฝ้าดูต่อไปว่าจะเป็นแบบแผนทศวรรษของการอ่านได้จริงหรือไม่”

 

ส่วนภารกิจด้านการสนับสนุนสมาชิกของสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ที่ได้เริ่มดำเนินการปรับตัวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ไปแล้วนั้น นางสุชาดากล่าวว่า “การจัดทำตลาดหนังสือออนไลน์ เมื่อเดือนตุลาคม 2559 ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ได้เปิดตัวเว็บไซต์ www.365bookfair.com เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งให้เพื่อนสมาชิกสมาคมเข้ามาเปิดพื้นที่ขายในออนไลน์ เหมือนทำงานบุ๊คแฟร์ ซึ่งจะเปิดให้ขายได้ทุกวันและขึ้นอยู่กับเพื่อนสมาชิกว่าจะขายไหม สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ มองว่าตลาดออนไลน์มีความสำคัญมากและจะมาทดแทนตลาดร้านค้าออฟไลน์ ยุคนี้ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องของการเปลี่ยนสมรภูมิรบ ตลาดออนไลน์โตขึ้นมาก 30-40 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าตรงนี้เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของคนทำหนังสือ รวมทั้งความร่วมมือกับเว็บไซต์ www.11street.co.th ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่เพื่อนสำนักพิมพ์จะมาเรียนรู้ตลาดออนไลน์และสร้างเป็นช่องทางการขาย เพราะเราเชื่อว่าหนังสือดีๆ ยังขายได้”

 

นอกจากนี้ยังมีการผลักดันให้เกิดงานหนังสือในภูมิภาค เนื่องจากหนังสือเป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ง่ายที่สุดในการเข้าถึง โดยเฉพาะกับคนต่างจังหวัดซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้เดินทางไปจัดงานในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ อุบลราชธานี อุดรธานี นครราชสีมา ฯลฯ ถือว่าเป็นการสำรวจตลาดหนังสือภูมิภาคด้วย ซึ่งต้องบอกว่าคนต่างจังหวัดอยากอ่านหนังสือแต่หนังสือยังไปไม่ถึง การจัดงานจึงเป็นการเพิ่มช่องทางการขายและเป็นการนำหนังสือส่งไปให้ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมอื่นๆ ร่วมด้วย

 

“ส่วนทัศนคติในการบริจาคหนังสือ โดยการบริจาคหนังสือใหม่ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย จากที่สำรวจมาหนังสือที่รับบริจาคมานำไปใช้ได้เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์และไม่เหมาะกับช่วง จึงได้จัดทำโครงการ 1 อ่านล้านตื่น มีวาระแรกคือ หนึ่งคนชวนอ่านล้านคนตื่นรู้ วาระที่สองคือ สร้างกำลังใจแก่บุคคลที่ทำเรื่องการอ่านให้เกิดการเรียนรู้เป็นแบบอย่าง โดยจะมีการจัดสรรงบประมาณให้เลือกซื้อหนังสือเอง ซึ่งการให้ในสิ่งอยากได้จะทำให้อยากอ่านและไม่สูญเปล่าวัย” นางสุชาดากล่าว

 

นางสุชาดากล่าวเพิ่มเติมว่า “หากพิจารณาผลสำเร็จในภารกิจต่างๆ ที่คณะกรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ชุดนี้ ที่ได้หมายมั่นปั้นมือไว้ตั้งแต่อาสาเข้ามาปฏิบัติงานนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนภารกิจต่างๆ ตามนโยบายที่เราอาสาเข้ามาทำงานเป็นกรรมการถือว่าครอบคลุมได้ครบ  และสิ่งที่พยายามทำเพิ่มเติมคือเรื่องนิทรรศการในงานสัปดาห์หนังสือ ซึ่งได้รับความสนใจว่าแต่ละครั้งจะมีนิทรรศการหลักอะไร สำหรับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 45ฯ นี้  นิทรรศการหลักเป็นเรื่องของหนังสืองานศพ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นผู้เข้ามาจัดการดูแลเรื่องเนื้อหา การออกแบบตกแต่ง รวมทั้งจัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกประมาณ 800,000 เล่ม นอกจากนี้การดูแลในภาควิชาชีพก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยมุ่งหวังจะเพิ่มเขี้ยวเล็บแก่เพื่อนสมาชิกเป็นหลัก เช่น กิจกรรมอบรมต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องตลาดออนไลน์ ซึ่งการปรับตัวให้เท่าทันยุคดิจิทัลจะทำให้ทุกสำนักพิมพ์มีทางของตัวเอง

 

 

< May 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
 123456
78910111213
14151617181920
212223
24
252627
28293031