คธาวุฒิ เกนุ้ย เปิดวิสัยทัศน์ก้าวต่อไปยิปซีกรุ๊ป
2017-04-17 23:33:19

 

 

                คุยกับ คธาวุฒิ เกนุ้ย ในฐานะกัปตันเรือแห่งยิปซีกรุ๊ป ที่กำลังปรับเปลี่ยนหางเสือเรือเครือข่ายสำนักพิมพ์ดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการหนังสือเมืองไทย ที่มีการพิมพ์หนังสือออกมาหลากหลายและมีลักษณะเฉพาะตัว โดยเฉพาะในเรื่องการจัดจำหน่ายที่เข้มข้นและหนักแน่นในทุกรูปแบบ ทั้งการจำหน่ายตามร้านหนังสือปกติ งานหนังสือที่จัดเต็ม ขายตรงตามห้างสรพสินค้า และออนไลน์ รวมถึงอีบุ๊ก เรียกว่าเติมเต็มถมทุกช่องทางเพื่อผู้อ่านของพวกเขาได้เข้าถึงมากที่สุด

             

             มาอ่านวิสัยทัศน์ของเขา ในโลกหนังสือที่ต้องพ่วงกับโซเชียลมีเดียเพื่อค้นหาลูกค้าและคนอ่าน

 

ในรอบ 1-2 ปีนี้ วงการหนังสือค่อนข้างทรงกับทรุดตัว รวมถึงปีนี้ด้วย มองว่ามาจากสาเหตุใด การเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีมีผลมากถึงขนาดนี้เลยหรือ

ก่อนจะไปสู่เรื่องการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ผมลองทบทวนว่าหนังสือในวงการหนังสือของผมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท อย่างแรกคือนิตยสารและหนังสือพิมพ์ อีกประเภทคือหนังสือเล่มหรือพ็อกเก็ตบุ๊ก ช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ข่าวนิตยสารหัวใหญ่ๆ ทยอยปิดตัวไปหลายเจ้า สร้างความหวั่นวิตกให้แก่คนทำหนังสือและคนอ่านเป็นอย่างมาก และที่สำคัญข่าวเหล่านี้สร้างภาพขึ้นมาภาพหนึ่ง นั่นก็คือ ภาพของวงการหนังสือกำลังมาถึงจุดวิกฤต ข่าวเหล่านั้นสร้างภาพแบบเหมารวมว่าทั้งวงการหนังสือกำลังย่ำแย่

แต่ผมคิดว่าอย่าไปมองแบบเหมารวมอย่างนั้นครับ นิตยสารก็คือนิตยสาร หนังสือเล่มก็คือหนังสือเล่ม ผมคิดว่าเราต้องมองและพิจารณาเป็นจุดๆ ไป ถามว่าการปิดตัวของนิตยสารหลายเล่มมีผลกระทบต่อหนังสือเล่มหรือไม่ ตอบได้เลยว่ามี เพราะธุรกิจหนังสือประกอบไปด้วยห่วงโซ่สำคัญ คือ ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ร้านหนังสือ และคนอ่าน ร้านหนังสือเป็นหัวใจและห่วงโซสำคัญของธุรกิจหนังสือ จากการลงไปสำรวจร้านหนังสือต่างจังหวัด ผมได้ข้อมูลมาชุดหนึ่ง คือ รายได้หลักส่วนใหญ่ของร้านหนังสืออยู่ที่นิตยสาร หนังสือพิมพ์ และหนังสือแบบเรียน  ลูกค้าที่เข้าร้านหนังสือส่วนใหญ่มาเพื่อซื้อนิตยสารออกใหม่ มาหาหนังสือพิมพ์ออกใหม่ ก็เลยมีโอกาสได้เห็นหนังสือเล่มที่วางอยู่บนชั้นบนแผง

หากจะเปรียบให้เห็นภาพก็คือหนังสือพิมพ์และนิตยสารเป็นดั่งแม่เหล็กดึงดูดคนเข้าร้าน เมื่อมีคนเข้าร้านก็เป็นผลทำให้หนังสือเล่มที่วางขายอยู่ในร้านมีโอกาสขายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้น พอนิตยสารปิดตัวไป หรือผลิตกันน้อยลง ร้านหนังสือก็ขาดสีสัน บรรยากาศเงียบเหงา แรงดึงดูดน้อยลง ทำให้คนเข้าร้านน้อยลง และนี่ก็คือส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดขายหนังสือเล่มในร้านน้อยลง แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด

เพราะมีสิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือ สื่อโซเชียลมีผลอย่างมากในการเปลี่ยนพฤติกรรมของคนอ่านและคนชื้อหนังสือ ปัจจุบันเราสามารถโหลดนิยายดีๆ จากโลกออนไลน์ได้ครั้งละไม่กี่สตางค์ โหลดการ์ตูนอ่านแบบเหมาโหลราคาประหยัด เอาเข้าจริงๆ เราต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เราใช้เวลาอยู่กับโลกโซเชียลเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าวันละ 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย และข้อมูลบางอย่างในกูเกิลเราเสิร์ชหาได้ง่ายกว่าค้นคว้าจากหนังสือ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมพบข้อมูลอีกด้านว่า ยอดขายจากการสั่งซื้อออนไลน์ โตขึ้น 100% นั่นแปลว่าอะไร ผมมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน และตลาดก็เปลี่ยนตาม

 

ในฐานะที่เป็นสำนักพิมพ์ขนาดกลางกึ่งใหญ่ และเป็นดาวรุ่งมีบุคลิกการพิมพ์หนังสือชัดเจน ได้รับผลกระทบอย่างไร

ที่เห็นได้ง่ายที่สุดก็คือ ยอดฝากขายจากหน้าร้านน้อยลงอย่างมาก ปัญหาแบบนี้ผมคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการทุกเจ้า ไม่ใช่เฉพาะแต่สินค้าที่เป็นหนังสือเท่านั้น ค้าปลีกก็เหมือนกัน กำลังใกล้ถึงจุดวิกฤตเหมือนกัน จากพฤติกรรมผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป ลูกค้าหันมาสนใจกับการซื้อออนไลน์มากขึ้น และมันไม่ได้มากขึ้นแบบธรรมดาๆ ปัจจุบันนี้เราเข้าถึงสินค้าที่เราต้องการได้ง่ายขึ้นแค่ปลายนิ้ว เราค้นหารองเท้าได้ทุกยี่ห้อโดยไม่ต้องเดินทางไปห้างสรรพสินค้า เราสามารถซื้อสินค้าใดก็ได้ในโลก แม้สินค้านั้นยังไม่มีผู้นำเข้ามาขายในเมืองไทย  เราสั่งซื้อหนังสือได้ทุกเล่มในโลก อนาคตเราจะมีพ่อค้าแม่ค้ามากมายมหาศาล สินค้าทุกตัวสามารถรีเสิร์ชหาข้อมูลได้หมดว่าดีหรือไม่ดีจากรีวิวคนที่เคยซื้อสินค้านั้นไป

ผมเชื่อว่าพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนไปนี้ จะมีผลสำคัญต่ออนาคตของร้านหนังสือและผู้ผลิตหนังสืออย่างเราๆ เป็นอย่างมาก ถามว่าต้องทำอย่างไรกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ผมว่าอันดับแรกเลยวันนี้สำนักพิมพ์ต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนวิธีการขาย ต้องมีทิศทางที่ชัดเจน มีโพสิชั่นที่ชัดเจน มีสินค้าและคอนเทนต์คุณภาพ ถึงจะอยู่ได้ในอนาคต

 

มองงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติว่าจะมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและขาลงวงการหนังสืออย่างไรบ้าง

สำหรับผมงานสัปดาห์หนังสือฯ คือ มีตติ้งประจำปีของคนอ่านกับสำนักพิมพ์ ปีหนึ่งเรามีมิตติ้งพบปะกับคนอ่านของเราปีละสองครั้ง พบปะเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน มีหนังสือใหม่มานำเสนอ มีหนังสือเก่ามาจัดโปรโมชั่นลดราคา มาเจอนักเขียนนักแปล มาพบปะพูดคุยกัน

ถ้าถามว่างานสัปดาห์หนังสือจะมีผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและขาลงของวงการหนังสืออย่างไรนั้น โดยส่วนตัวผมเชื่อว่ามีผลกระทบบ้าง แต่ไม่ได้มีผลมากมายอะไรนัก เพราะผมเชื่อว่าคนอ่านยังอ่านหนังสือ  คนอ่านยังมีจำนวนเท่าเดิม แต่เขาเลือกอ่านเยอะขึ้น 

ยิ่งทุกวันนี้สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้สร้างมิติใหม่ของงานหนังสือที่มีมากกว่าการขายหนังสือ อย่างเช่นนิทรรศการที่น่าสนใจต่างๆ ผมว่ามีแต่คนอยากเข้ามาชมงาน ที่เหลือเป็นหน้าที่ของสำนักพิมพ์ที่จะต้องพัฒนาตัวเองมากขึ้น ทำงานหนักขึ้น  สร้างแฟนของตัวเองให้ได้ สร้างคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่นและแข็งแรงให้ได้ ดูอย่างหลายๆ สำนักพิมพ์ ทุกครั้งที่มีงานหนังสือ แฟนคลับของพวกเขาจะมารอติดตามหนังสือออกใหม่กันเยอะแยะ

 

ยุคนี้ถือว่าเป็นยุคเปลี่ยนผ่านและการปรับตัวของสำนักพิมพ์และสายส่งที่จะอยู่ร่วมกับร้านหนังสือและธุรกิจออนไลน์ให้ได้ ควรมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างไรบ้าง และยิปซีปรับอย่างไร

ถ้างานสำนักพิมพ์ผมแนะนำเลยครับ สิ่งแรกที่ต้องทำเลยคือ ต้องสร้างคอมมูนิตี้ให้ได้ สร้างกลุ่มแฟนของคุณให้ได้ รู้ให้ได้ว่าแฟนหนังสือของคุณชอบอะไร ตลาดตรงไหนคือตลาดของคุณ เลือกที่จะไม่ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด ทำให้เล็กลงแต่ดีขึ้น มีคุณภาพขึ้น สื่อสารกับลูกค้าของคุณให้บ่อยที่สุด อนาคตผมมองว่าตลาดต้องการนิช (Niche Market) มากกว่าแมส (Mass Market)

 

คาดหวังกับงานสัปดาห์หนังสือมากน้อยแค่ไหน และการตระเวนขายหนังสือตามที่ต่างๆ ส่งตรงถึงผู้บริโภคยังใช้การได้ไหมในยุคนี้

คาดหวัง และคาดหวังเยอะด้วย งานสัปดาห์หนังสือเป็นงานใหญ่ของวงการหนังสือที่มีโอกาสได้เจอคนอ่านจำนวนมาก เป็นความหวังของคนทำหนังสือที่จะได้เติมต่อลมหายใจ ได้ขายหนังสือใหม่ ปีนี้ยิปซีมีหนังสือใหม่สิบกว่าปก ทั้งไทยและเทศ

การออกบูธตระเวนขายตามที่ต่างๆ เป็นนโยบายหลักของเราตั้งแต่ต้น เราเชื่อว่าการเดินลงไปหาลูกค้าดีกว่ารอให้ลูกค้ามาหาเรา วันนี้ยิปซียังออกบูธตระเวนไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อพบลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ส่วนหนึ่งเพื่อสร้างฐานสมาชิกจากออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์พร้อมๆ กัน พนักงานขายของเราพร้อมจะแนะนำแอพพลิเคชั่นเพื่อสั่งซื้อหนังสือโดยตรงจากยิปซีอีกที

 

สุดท้าย มีอะไรฝากถึงคนอ่านยิปซี

ปีนี้เราเน้นหนังสือแปลเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น  Sapiens: A Brief History of Humankind ผลงานหนังสืออันโด่งดังของ ยูวัล โนอาห์ แฮรารี ไม่เพียงเท่านั้น รอติดตามหนังสือเล่มใหม่ ประวัติศาสตร์เม็กซิโกซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เม็กซิโกฉบับย่อ ตีพิมพ์ในต่างประเทศมาแล้วกว่า 10 ครั้ง ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 14 ภาษา และตีพิมพ์ไปกว่า 250,000 เล่ม สำหรับลูกค้าที่ชอบประวัติศาสตร์ยังสามารถตามอ่านบทความทางเว็บไซต์  www.gypzyworld.com ที่เราจะผลักดันให้กลายเป็นศูนย์รวมคอนเทนต์ประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ ที่ผู้อ่านยิปซีจะได้สนุกไปกับโลกของประวัติศาสตร์ร่วมกัน

 

< Jun 2017 >
SuMoTuWeThFrSa
    123
45678910
11121314151617
18192021
22
2324
252627282930