ระลึก 100 ปี ‘อัศนี พลจันทร’ นักคิดผู้แขวนตนไว้กับคนยากไร้

กองไฟ สุมควายตามคอก คงยังไม่มอดดับดอก จันทร์เอยช่วยบอกให้ลมช่วยเป่า

สุมไฟให้แรงเข้า พัดไล่ความเยือกเย็นหนาว ให้พี่น้องเฮานอนหลับอุ่นสบาย

ลมเอย ช่วยเป็นสื่อให้ นำรักจากห้วงดวงใจ ของข้านี้ไปบอกเขานั้นนา

ให้เมืองไทยรู้ว่า ไม่นานลูกที่จากมา จะไปซบหน้ากับอกแม่เอย…

เสียงครวญแผ่วหวานในเวอร์ชั่นของ สำราญ ช่วยจำแนก หรือ อี๊ด วงฟลาย จากมุมหนึ่งภายในห้อง Meeting Room 1 ทำให้เราต้องหยุดยืนเพื่อจดจ้องภาพกระท่อมกลางป่าที่ผนึกตัวหนังสือด้านบนไว้ว่า กระท่อมลุงไฟ เนื้อเพลงแสนกินใจนี้เอง ทำให้ผู้สดับอดรู้สึกสะท้านสะเทือนในหัวอกมิได้

บทเพลงเดือนเพ็ญ หรือ เพลงคิดถึงบ้าน นับเป็นบทเพลงเพื่อชีวิตสุดอมตะที่ถูกบันทึกเสียงและขับขานในวาระต่างๆ มากที่สุดเพลงหนึ่ง น้อยคนนักที่ฟังเพลงนี้แล้วจะไม่รู้สึกซาบซึ้ง ยิ่งเป็นคนที่ติดตามประวัติศาสตร์การเมืองไทยอยู่บ้าง เผลอๆ น้ำตาซึมเอาง่ายๆ

หลายท่านคงทราบดีแล้วว่า เพลงนี้ถูกประพันธ์ขึ้นโดย ‘อัศนี พลจันทร’ หรือ ‘นายผี’ นักคิด นักเขียน และกวีคนสำคัญของไทย เมื่อยามที่เขาต้องใช้ชีวิตระหกระเหินเป็นนักปฏิวัติอยู่ในป่าเขาภายใต้นาม ‘สหายไฟ’ เป็นคนที่ จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนชื่อดังยกย่องว่าคือ กวีของประชาชน

นับเป็นอีกนิทรรศการดีๆ ภายใน ‘งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 16’ ในชื่อ ‘100 ปี นายผี อัศนี พลจันทร’ ที่คนรุ่นหลังควรได้เข้าไปซึมซับเรื่องราวของเขาดูสักครั้ง

แล้วเราจะได้พบอะไรบ้าง?

แน่นอน, เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องจัดแสดง เราจะได้สัมผัสตัวตนที่แท้ของบุคคลแห่งประวัติศาสตร์ท่านนี้  ว่าเขาได้ผูกโยงตนเองอย่างหมดใจไว้กับหน้าที่การงาน เหมือนอย่างที่เคยเขียนสำแดงไว้ว่า…

‘ในส่วนผู้ที่ได้ให้ความสนใจเปนพิเศษถึงกับทายสภาพต่างๆ ของข้าพเจ้า ตั้งแต่สภาพทางเพศตลอดไปจนสภาพทางวุฒิของข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณอย่างสูงในอารีจิต ทว่าเหล่านั้นหาได้เป็นสิ่งที่ท่านผู้ใหญ่พึงเสียเวลามาคำนึงไม่ อันคนคนหนึ่งนั้น สำคัญฤาที่รูป สำคัญฤาที่นาม สำคัญฤาที่ฐานะ แท้ที่จริงนั้นงานต่างหากที่ควรทึ่ง’

เราจะได้พบกับภายถ่ายของนายผีสมัยยังเด็ก ที่ถูกบันทึกไว้ภายในบ้านรั้วใหญ่ของขุนวิเศษธานี ซึ่งสืบตระกูลมาจากพระยาพล อดีตผู้รั้งเมือง (ตำแหน่งผู้ปกครอง) กาญจนบุรี บ่งชี้ถึงฐานะทางบ้านที่ร่ำรวย เราจะได้อ่านรากความคิดว่าเหตุใดนายผีถึงได้รู้สึกเห็นอกเห็นใจคนทุกข์ยากมาแต่เล็กแต่น้อย ถึงกับต้องถอดเครื่องประดับราคาแพงทิ้งข้างทางหลายต่อหลายครั้ง

เราจะได้เห็นภาพลายเส้นระดับไอคอนของนายผีกันชัดๆ โดยฝีมือของ ประยูร จรรยาวงษ์ ซึ่งปรากฏครั้งแรกในนิตยสาร สยามสมัย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2495 รวมถึงภาพลายเส้นอื่นๆ อาทิ ของ สุรชัย จันทิมาธร หรือ หงา คาราวาน ที่วาดลวดลายไว้ในนิตยสาร ถนนหนังสือ เมื่อเดือนตุลาคม 2528

เราจะได้รู้ว่า ทำไมนายผีถึงเป็นนักคิดนักเขียนที่มีนามปากกามากกว่า 20 ชื่อ เราจะได้เห็นไทม์ไลน์ชีวิตของนายผีตั้งแต่เกิดปี 2461 ที่บ้านท่าเสา จังหวัดราชบุรี ผลงานเขียนชิ้นแรกของเขา การเขียนโต้ ส.ธรรมยศ หรือเมื่อเป็นอัยการผู้ช่วยที่ปัตตานี ไปจนถึงวันเสียชีวิตที่แขวงอุดมไซ ประเทศลาว ในปี 2530 สอดประสานไปกับหน้าประวัติศาสตร์สำคัญๆ อาทิ ปีที่พรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนก่อตั้งขึ้นที่เวียดนาม กรณีพิพาทอินโดจีน หรือปีที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ  

เราจะได้ตื่นเต้นไปกับเรื่องราวของนายผีในป่าเขา ที่เคยทำให้ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขุ่นเคืองถึงกับเตะวิทยุเมื่อได้ฟังการกระจายเสียงของ สถานีวิทยุเสียงประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) รวมถึงเรื่องราวแห่งไมตรีจิตที่มีต่อ ดร.ปรีดี พนมยงค์ และอีกหลายต่อหลายเรื่องน่ารู้ที่ขอยืนยันว่าไม่ควรพลาด

วันนี้ ถึงวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2561 เวลา 10.00 – 21.00 น. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้แนวคิด ‘อ่านอีกครั้ง’