อ่านมังกรโบราณ อ่าน ‘โกวเล้ง’ อีกครั้ง

คึกคักมาอย่างต่อเนื่อง กับการจัดเสวนาในหัวข้อต่างๆ บนเวทีโซนเอเทรียม พูดได้ว่าคนล้นหลามกันโดยตลอด และพลันที่พิธีกรสาวประกาศผ่านไมโครโฟนว่า…

“ขอพาทุกท่านเข้าสู่ช่วงสำคัญ กับการพาไปรู้จักกับนักเขียนชาวไต้หวันระดับตำนาน ซึ่งมีนักอ่านกระทั่งนักเขียนชาวไทยติดตามผลงานอยู่มากมาย แม้ท่านจากไปแล้ว แต่ผลงานยังเป็นอมตะ ถูกถามหา และมีการนำผลงานมาเผยแพร่ในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ท่านอยู่ในความทรงจำของผู้ที่ชื่นชมวรรณกรรมกำลังภายในจีน”

ทำให้คนแถวนั้นหูผึ่งไปตามๆ กัน เพราะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘กู่หลง’ หรือ ‘โกวเล้ง’ ที่แปลว่า มังกรโบราณ อันเป็นนามปากกาของ สยง เย่า หัว นักเขียนดังผู้ล่วงลับ ที่คนไทยรู้จักกันดีจากวรรณกรรมจีนกำลังภายใน เป็นนักเขียนที่นำความแปลกใหม่มาสู่วงการนวนิยายกำลังภายในจีน ทำให้ได้รับการต้อนรับอย่างกว้างขวาง ด้วยการดำเนินเรื่องที่แตกต่าง ส่งให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังเป็นพลุแตก ขจรขยายไปทั้งในและนอกประเทศ

แต่เชื่อไหมว่า โกวเล้งไม่อายเลยที่จะบอกว่า “เขียนหนังสือเพื่อหาเงินเท่านั้น” เพราะเขาต้องส่งเสียตนเองทั้งแต่ตอนเรียนอยู่ปี 2 ในคณะอักษรศาสตร์ แผนกภาษาต่างประเทศ

เวทีเสวนา 7 วันอ่านอีกครั้ง กับ 7 นักเขียนดัง’ โดย สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ ได้เชิญคุณ ‘เอก อัคคี’ และนักเขียนเรื่องจีนชื่อดังอย่างคุณ ‘สุขสันต์ วิเวกเมธากร’ หรือ ‘เล่าชวนหัว’ มาร่วมอ่านกันอีกครั้ง  

เล่าชวนหัวเริ่มต้นด้วยการวาดลวดลาย แสดงลีลาประหนึ่งจอมยุทธ์ เพื่อเกริ่นเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับภาษาจีนง่ายๆ ให้ผู้เข้าร่วมงานได้สนุกสนานไปตามๆ กัน

“ผมชื่นชอบในงานเขียนของโกวเล้งมาก ส่วนหนึ่งที่มีความเชี่ยวชาญในภาษาจีนก็เพราะโกวเล้งนี่แหละ งานของเขามันมาก อีกคนหนึ่งคือกิมย้ง ทั้งนี้ ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่ยังเด็ก ผมเรียนธรรมศาสตร์ จบออกไปเป็นปลัดอำเภอ ทำงานในทำเนียบรัฐบาล จนมาเขียนหนังสือ”

สุขสันต์บอกว่า โกวเล้งเป็นคนที่ภาษาเท่มาก โดยอธิบายต่อว่าเขียนคล้ายๆ สุนทรภู่ของเรา

“คือเจ้าบทเจ้ากลอน ลึกซึ้งคมคาย เป็นแรงบันดาลใจให้ผมลาออกจากราชการเพื่อมาเขียนหนังสือ ณ วันนี้ ผมเขียนมาแล้วทั้งสิ้น 110 เล่ม”

เล่มที่เขาชอบที่สุดของโกวเล้งคือ ฤทธิ์มีดสั้น

“ภาษาจีนมีกล่าวไว้ว่า ยิ่งสั้นยิ่งน่ากลัว เพราะอาวุธที่เห็นกันจะจะ มันก็หลบได้ อย่างง้าวใหญ่ของกวนอูนี่เห็นมาแต่ไกล แต่ยิ่งสั้น มันเป็นดั่งอาวุธลับ คำว่าลับมันน่ากลัวอยู่แล้ว”

เล่าชวนหัวชวนคุยต่อว่า โกวเล้งนั้นได้รับอิทธิพลมาจากกิมย้งอยู่มาก เพราะเห็นว่าเขียนนิยายแล้วขายดี

“อีกคนที่น่าจะเป็นไอดอลของเขาคือ เหมา เจ๋อ ตุง เสียดายที่โกวเล้งตายเร็ว แค่อายุ 48 ปีเท่านั้น เนื่องจากลุ่มหลงสุราและนารี ไม่อย่างนั้นคงมีผลงานออกมาอีกมากมาย ที่คนไทยชอบงานโกวเล้ง ผมคิดว่าเราชอบอ่านอะไรที่ใช้จินตนาการเยอะๆ ดูอย่างขุนช้างขุนแผนเป็นต้น ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว คนไทยก็อ่านงานหลากหลายมากๆ ทั้งนี้ ต้องยกย่องให้สำนวนแปลของ น.นพรัตน์ ท่านแปลได้สละสลวยมากๆ”

ด้าน เอก อัคคี ร่วมแชร์ประสบการณ์จากที่ได้ศึกษางานของโกวเล้งมาว่า มีอิทธิพลจากงานเขียนของตะวันตกอยู่เหมือนกัน

“โกวเล้งทำงานในห้องสมุดกลางของไต้หวัน เขาจบอักษรศาสตร์ด้วย ดังนั้นความรู้เรื่องภาษานี่ดีมาก อ่านงานวรรณกรรมตะวันตกเรียกได้ว่าปรุ คลังสมองเยอะมาก เก็บองค์ความรู้ไว้ต่างๆ นานา จากนั้นก็มาดัดแปลง อย่าง เดอะ ก็อดฟาเธอร์ ของ มาริโอ พูโซ ก็มาเป็น ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่ หรือ โลกียชน ของ จอห์น สไตน์เบ็ค ก็มาเป็น ราชายุทธจักร”

สิ่งนี้เองที่โกวเล้งกำลังพิสูจน์ว่า งานตะวันตกสามารถผสมผสานกับโลกตะวันออกได้ และตอนนั้นยังไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์เข้ามา

“เสน่ห์อีกอย่างที่เราเห็นในงานของโกวเล้ง คือเรื่องปรัชญาชีวิต แสดงให้เห็นว่าเขาตกผลึกเรื่องการใช้ชีวิตมาก และสามารถผลิตออกมาเป็นวลีสั้นๆ ได้แหลมคม อาทิ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกรา หรืออย่างประโยคที่ว่า รอยยิ้มของคน ก็คือดาบหนึ่งเล่ม”