อ่านสั้นๆ 3 นาที เลี้ยงลูกด้วยหนังสืออย่างง่าย กับ ‘นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์’

เครดิตภาพ: thepotential.org

วันสำคัญของเด็กๆ ประจำปีผ่านไปแล้ว ทว่าคงไม่มีใครอยากให้ความสนใจกับพวกเขาแค่ในวันนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า แท้จริงเด็กๆ ต้องการความรักความอบอุ่นที่สม่ำเสมอในทุกๆ วัน โดยสิ่งสำคัญเหนือกว่าของมีค่าใด คือการได้อยู่กับอ้อมกอดของพ่อแม่ ใช้เวลาด้วยกัน ยิ้มและหัวเราะให้แก่กัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และ ‘หนังสือ’ คือสื่อหนึ่ง ที่สานสัมพันธ์รักนี้ได้อย่างดีมาโดยตลอด

พ่อแม่หลายคนเล่าว่า หนังสือเล่มโปรดของลูกๆ คือหนังสือที่เต็มไปด้วยภาพ ครอบครัวจะช่วยกันแต่งเรื่องราวตามจินตนาการ ทุกครั้งที่เปิดอ่านเรื่องราวในหนังสือเล่มนั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผลัดกันแต่งแต้มสีสันและความสนุกสนานได้ไม่ซ้ำแบบ นั่นคือการสร้างความสนใจในการอ่านอีกรูปแบบหนึ่งที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถทำได้เช่นกัน

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเด็ก นักเขียน และเจ้าของหลักสูตร ห้องเรียนพ่อแม่ ที่เชียงราย ส่งตรงคำแนะนำพิเศษๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยหนังสืออย่างง่ายๆ ให้แก่ผู้ติดตามข่าวสารสาระจาก PUBAT ไว้ดังนี้

“การอ่านหนังสือก่อนนอนเป็นประจำเท่ากับการประกันเวลาว่าพ่อแม่จะมาอยู่ด้วยทุกวันอย่างแน่นอน การอ่านหนังสือให้ลูกฟังช่วยให้ลูกรับรู้ว่าแม่มีอยู่จริงได้เร็ว จากตัวตนที่ได้สัมผัสและจากน้ำเสียงที่ได้ยินเป็นประจำ ช่วยให้ลูกสร้างสายสัมพันธ์ (attachment) ได้ดี แข็งแรง และยั่งยืน นำไปสู่การสร้างตัวตน (self) ที่ชัดเจนและมั่นคง”

ข้อควรคำนึง

คำนึงถึงความสุขของผู้อ่านคือพ่อแม่  อ่านแล้วตัวเองมีความสุขที่ได้อ่าน ไม่ยาก ไม่ลำบาก ไม่ฝืนใจ เพราะกิริยาเหล่านี้ถ่ายทอดไปสู่ลูกได้ คำนึงถึงความสนุกของผู้ฟังคือลูก ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่าเด็กแต่ละคนพัฒนาเร็วช้าต่างกัน เราทดลองอ่านหนังสือหลากหลายให้ลูกฟังได้เสมอ เด็กสนุกและสนใจคือใช้ได้ ไม่ชอบเราก็เปลี่ยน”

เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

“กิจกรรมทุกชนิดควรมีกติกาตั้งแต่แรก เช่น เราจะอ่านหนังสือทุกคืนตอนสองทุ่มตรง อ่านจำนวน 3-5 เล่มหรือใช้เวลา 30 นาทีก่อนจะปิดไฟเข้านอน เป็นต้น ด้วยกติกาเวลาที่ชัดเจนนอกจากจะช่วยให้เด็กรู้จักเวลาและฝึกทักษะบริหารเวลาตั้งแต่แรก พ่อแม่ยังได้ทำงานนี้ด้วยความสนุก มีความสุข ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป และสามารถทำต่อเนื่องยาวนานได้หลายปี”

ข้อดีของการสะสมแต้มการอ่าน

“เรื่องเล่าที่มีตัวละคร ช่วยให้เด็กพัฒนา empathy คือความสามารถที่จะรับรู้หรือล่วงรู้ความทุกข์ของสิ่งมีชีวิตอื่นได้ดีกว่าหรือมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิทานหรือนวนิยาย รวมทั้งวรรณกรรม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ตำราเรียนและการสอนในห้องเรียนให้ไม่ได้”

สร้างบรรยากาศดึงดูดความสนใจ

“จัดสถานที่ให้เหมาะสม ห้องนอนสะอาด ปราศจากฝุ่นและสิ่งของรกรุงรัง จัดสถานที่ไม่กว้างมากเกินไป จัดไฟและแสงสว่างให้พอเหมาะ พ่อแม่มีความผ่อนคลายและมีท่าทีสนุกกับการอ่าน จากนั้นเริ่มอ่านไป ไม่พยายามสอนหรือให้ความรู้ เพียงแค่อ่าน ด้วยจิตใจที่เบิกบาน”